Get Adobe Flash player

จำนวนผู้เข้าใช้

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้316
mod_vvisit_counterเมื่อวาน363
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้965
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว2091
mod_vvisit_counterเดือนนี้6203
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว14022
mod_vvisit_counterทุกวัน250181

แผนทีผู้มาเยี่ยม

Home ดนตรีน่ารู้
                                                                เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้  
                                                                     ( The  Learning  Disabled. LD )
                              เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้  ได้แก่  เด็กที่มีความผิดปกติในกระบวนการทางจิตวิทยา  ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเข้าใจในการพูดหรือการเขียน  ( The  National  Advisory  Committe  on  Handicapped  Children,  1968 )  อาการที่แสดงออกอาจเห็นได้จากความผิดปกติของการฟัง  การคิด  การพูดคุย  การอ่าน  การเขียน  การสะกดคำและการคิดเลข  ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลเนื่องมาจากการบกพร่องของการรับรู้  การบาดเจ็บทางสมอง  เป็นต้น  เด็กเหล่านี้ไม่รวมเด็กที่มีปัญหาเนื่องมาจากการมองเห็น  การได้ยิน  ปัญญาอ่อน  เด็กพิการทางร่างกาย  หรือเด็กที่มีความบอกพร่องทางอารมณ์
                              เด็กเหล่านี้อาจแสดงออกโดยมีอาการเซื่องซึมหรือรุกรนไม่อยู่เฉย  อาการเหล่านี้มิใช่ปัญหาที่แท้จริง  แต่เป็นเพียงการแสดงออกเพื่อคลายความเครียดของตนเอง  เนื่องมาจากความบกพร่องในการสื่อสารปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ความผิดปกติของกระบวนการรับรู้  การคิดอย่างเป็นนามธรรม  การสร้างแนวคิดให้เกิดในสมองของตน  เด็กเหล่านี้ต้องการให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นระบบ  สามารถคาดหมายผลที่จะเกิดได้  การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เด็กรู้สึกอึดอัดหรือถูกรบกวน  บางครั้งเด็กเหล่านี้ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งของกับสัญลักษณ์  ไม่สามารถแยกแยะความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ที่ตนได้ยินหรือเห็น  ไม่สามารถถ่ายโยงการเรียนรู้ในสถานการณ์หนึ่งไปสู่อีกสถานการณ์หนึ่งได้
                             องค์ประกอบดนตรีอย่างหนึ่ง  คือ  จังหวะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เด็กเหล่านี้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น  ทั้งนี้เนื่องจากจังหวะของดนตรีจะช่วยให้กระบวนการทำงานของสมองเป็นขั้นตอนมากขึ้น  ทั้งนี้การค้นพบจากผู้ศึกษาหลายคน เช่น  ลูส  ( Luce.  1971 ) และ  วอร์ต  ( Ward,  1971 )  กล่าวว่า  มนุษย์จัดเป็นผู้ที่มีจังหวะอยู่ในตนเอง  ซึ่งจังหวะนี้เป็นศูนย์กลางของกระบวนการทางร่างกายและการทำงานของสมอง  ซึ่งจังหวะดนตรีนี้เองเป็นสิ่งเร้าให้สมองของเด็กทำงานอย่างเป็นระบบ  จึงสนองตอบกับสิ่งเร้าได้อย่างถูกต้อง  เช่น  เด็กสามารถร้องเพลงซึ่งประกอบด้วยคำต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง  ในขณะที่ถ้าให้เด็กพูดคำต่าง ๆ เหล่านี้เด็กไม่สามารถทำได้  นอกจากนี้เด็กที่อยู่นิ่งไม่ได้เมื่อให้ฟังเพลงมักจะอยู่เฉย ๆ ได้นานขึ้น  จึงแสดงให้เห็นว่าเด็กเหล่านี้สามารถเรียนรู้สาระดนตรีและทักษะด้านภาษาไปพร้อม ๆ กันได้  กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ  การเรียนดนตรีช่วยให้เด็กที่มึความบกพร่องทางการเรียนรู้ในบางเรื่องได้  อย่างไรก็ตามกิจกรรมดนตรีที่จัดให้เด็กเหล่านี้ต้องมีขั้นตอนที่รัดกุมเหมาะสมกับเด็ก  ไม่ว่าจะเป็นการคิดเลือกบทเพลง  การนำเสนอแนวคิดหรือองค์ประกอบดนตรีใด ๆ ควรได้รับการคัดเลือกบทเพลง  การนำเสนอแนวคิด  หรือองค์ประกอบดนตรีใด ๆ ควรได้รับการวางแผนให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของเด็กอย่างดีที่สุด  เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนสามารถสร้างความสับสนให้เด็กได้เสมอ  การเรียนรู้ในลักษณะของศูนย์การเรียน  หรือการเรียนแบบโปรแกรมจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่เหมาะสมกับเด็กเหล่านี้  เพราะเป็นการเรียนแบบเอกัตบุคคล



หนังสืออ้างอิง    ณรุทธ์  สุทธจิตต์,  จิตวิทยาการสอนดนตรี   สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ตรวจฉลากกินแบ่งรัฐบาล

ตรวจฉลากกินแบ่งรัฐบาล
 

PTT Oil Price

ราคาทองวันนี้